เรื่องกาลเวลา

พื้นฐาน

กาลเวลาในภาษาเกาหลีจะแสดงให้เห็นโดยการเติมคำลงท้ายเฉพาะที่รากศัพท์ของคำกริยาและคำคุณศัพท์

วิธีใช้

ในภาษาเกาหลี เราไม่สามารถใช้คำกริยาหรือคำคุณศัพท์ในรูปพจนานุกรม (เช่น 먹다 - กิน) ในประโยคได้โดยตรงนะคะ เราจะต้องเปลี่ยนคำลงท้ายเพื่อบอกกาลเวลาและระดับความสุภาพก่อนค่ะ

การทำความเข้าใจรากศัพท์คำกริยาเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะตัวบอกกาลเวลาทั้งหมดจะเติมต่อท้ายรากศัพท์ค่ะ

กาลเวลาหลักๆ มี 3 แบบนะคะ:

  • รูปปัจจุบัน: ใช้สำหรับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น ทำเป็นประจำ หรือความจริงทั่วไป นี่คือรูปแบบพื้นฐานที่สุดค่ะ คำลงท้ายจะขึ้นอยู่กับระดับความสุภาพ เช่น แบบเป็นกันเองจะใช้ -아/어 หรือแบบทางการจะใช้ -ㅂ/습니다
  • รูปอดีต: ใช้สำหรับการกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้ว มักจะสร้างโดยการเติมตัวบอกอดีต -았/었/였- ที่รากศัพท์คำกริยาค่ะ
  • รูปอนาคต: ใช้สำหรับการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีหลายวิธีในการบอกอนาคต แต่วิธีที่พบบ่อยมากคือการใช้ -ㄹ 것 (มักจะเห็นในรูป -ㄹ 거예요) อีกรูปแบบหนึ่งคือ -겠- ซึ่งมักจะแฝงความหมายถึงความตั้งใจหรือการคาดเดาค่ะ

ระบบนี้ช่วยให้ภาษาเกาหลีสามารถสื่อสารถึงเวลาและบริบทได้อย่างมีประสิทธิภาพในตัวคำกริยาเองเลยค่ะ

ตัวอย่าง (3)

  1. 지금 공부해요.

    ฉันเรียนตอนนี้

    แปลทีละคำ: ตอนนี้ เรียน

    ประโยคนี้แสดงถึงการกระทำในปัจจุบัน คำกริยา 공부하다 (เรียน) ถูกผันให้อยู่ในรูปปัจจุบันค่ะ

  2. 어제 공부했어요.

    ฉันเรียนเมื่อวานนี้

    แปลทีละคำ: เมื่อวาน เรียนแล้ว

    ตัวบอกอดีต -았/었- ถูกเติมที่รากศัพท์คำกริยาเพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นเสร็จสิ้นแล้วค่ะ

  3. 내일 공부할 거예요.

    ฉันจะเรียนพรุ่งนี้

    แปลทีละคำ: พรุ่งนี้ จะเรียน

    คำลงท้ายบอกอนาคต -ㄹ 거예요 ถูกเติมเข้ามาเพื่อแสดงความตั้งใจหรือแผนการที่จะทำบางสิ่งในอนาคตค่ะ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้รูปพจนานุกรม (-다) ในประโยค

    저는 지금 공부하다.
    저는 지금 공부해요.

    รูปพจนานุกรมของคำกริยา เช่น 공부하다 ไม่สามารถใช้ในประโยคได้โดยตรงนะคะ จะต้องนำมาผันเพื่อบอกกาลเวลาและระดับความสุภาพก่อน โดย 공부해요 คือรูปปัจจุบันที่สุภาพค่ะ

เชื่อมโยงกันอย่างไร

เรียนต่อ

รูปแบบที่ต่อยอดจากรูปแบบนี้