-오/소

รูปประโยคลงท้ายแบบทางการในอดีต

ระดับ 5ออกเสียงคล้าย o so

-오/소 เป็นคำลงท้ายประโยคแบบทางการในสมัยก่อน คล้ายกับ -ㅂ/습니다 ใช้สำหรับประโยคบอกเล่าและประโยคคำสั่งค่ะ

วิธีใช้

-오/소 เป็นคำลงท้ายประโยคแบบทางการที่อยู่ในรูปแบบภาษาเกาหลีโบราณ ซึ่งมักเรียกว่าระดับภาษา 하오체 ค่ะ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ใช้ในบทสนทนาทั่วไปแล้ว แต่ก็สำคัญมากในการทำความเข้าใจซีรีส์ย้อนยุค (사극) วรรณกรรม สุภาษิต และข้อความที่เป็นทางการหรือพิธีการบางอย่าง ถ้าเรานำมาใช้พูดในยุคนี้จะฟังดูเหมือนกำลังเล่นละครหรือกำลังยกคำพูดของบุคคลในประวัติศาสตร์มาพูดเลยล่ะค่ะ

กฎการผันคำ:
1. รากศัพท์คำกริยา/คำคุณศัพท์ลงท้ายด้วยสระ หรือ ㄹ: + -오
- 가다 (ไป) → 가 + 오 → 가오
- 오다 (มา) → 오 + 오 → 오오
- 살다 (อาศัยอยู่) → 사 + 오 → 사오 (ตัด ㄹ ทิ้ง)
- 이다 (เป็น/คือ) → 이 + 오 → 이오

2. รากศัพท์คำกริยา/คำคุณศัพท์ลงท้ายด้วยพยัญชนะ (ยกเว้น ㄹ): + -소
- 먹다 (กิน) → 먹 + 소 → 먹소
- 좋다 (ดี) → 좋 + 소 → 좋소
- 있다 (มี/อยู่) → 있 + 소 → 있소

การใช้งาน:

  • ประโยคบอกเล่า: ใช้บอกเล่าเรื่องราวแบบทางการ คล้ายกับ -ㅂ/습니다 ในปัจจุบันค่ะ
  • ประโยคคำสั่ง: เมื่อนำมารวมกับคำยกย่อง -시- จะกลายเป็น -(으)시오 ซึ่งเป็นคำสั่งแบบทางการในอดีต นี่เป็นรูปแบบที่เราเจอบ่อยที่สุดเลยค่ะ เช่น '하시오' (จงทำ) หรือ '앉으시오' (จงนั่งลง)

ลองนึกภาพว่า -오/소 เป็นบรรพบุรุษของรูปแบบทางการอย่าง -ㅂ/습니다 ในยุคปัจจุบันดูนะคะ เมื่อไหร่ที่เห็นคำนี้ ก็จะให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ขึงขัง หรือเป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์ทันทีเลยค่ะ

ตัวอย่าง (5)

  1. 내일 다시 오시오.

    พรุ่งนี้มาใหม่นะ

    แปลทีละคำ: พรุ่งนี้ อีกครั้ง มา

    นี่คือตัวอย่างของรูปแบบประโยคคำสั่ง -(으)시오 ค่ะ เป็นคำสั่งแบบทางการที่คุณอาจจะได้ยินจากผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงในบริบททางประวัติศาสตร์ มาจาก 오다 + -시오 ค่ะ

  2. 이것은 내 것이 아니오.

    สิ่งนี้ไม่ใช่ของฉัน

    แปลทีละคำ: สิ่งนี้ ของฉัน ไม่ใช่

    ประโยคบอกเล่าที่ใช้คำกริยานุเคราะห์ 아니다 รากศัพท์ 아니- ลงท้ายด้วยสระ จึงเติม -오 ค่ะ ประโยคนี้ฟังดูเป็นภาษาเชิงวรรณกรรมหรือประวัติศาสตร์มากๆ เลยค่ะ

  3. 그대의 뜻이 정 그렇다면 내 허락하겠소.

    หากนั่นคือความตั้งใจจริงของท่าน ข้าก็จะอนุญาต

    แปลทีละคำ: ความตั้งใจของท่าน หากเป็นเช่นนั้นจริง การอนุญาตของข้า จะทำ

    ประโยคซับซ้อนที่มักพบในบทสนทนาย้อนยุคค่ะ คำกริยาตัวสุดท้าย 허락하겠다 มีรากศัพท์ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ (허락하겠-) จึงเติม -소 เข้าไปค่ะ

  4. 세상사란 알 수 없는 법이오.

    เรื่องราวบนโลกนี้ช่างยากที่จะหยั่งรู้

    แปลทีละคำ: เรื่องราวบนโลก ไม่สามารถรู้ได้ กฎ คือ

    ประโยคนี้มีน้ำเสียงเชิงปรัชญาและบทกวีค่ะ โดยใช้รูปแบบคำกริยานุเคราะห์ 이다 (법이다 -> 법이오) ค่ะ

  5. 걱정하지 마시오. 모든 것이 잘될 것이오.

    อย่ากังวลไปเลย ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

    แปลทีละคำ: กังวล อย่า ทุกอย่าง ดี จะกลายเป็น สิ่ง คือ

    ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นทั้งรูปแบบประโยคคำสั่ง (마시오 จาก 말다) และประโยคบอกเล่า (것이오 จาก 것이다) ในบทสนทนาเดียว ทำให้รู้สึกอุ่นใจแต่ก็ยังคงความทางการและดูเป็นภาษาโบราณค่ะ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • การใช้ -오/소 ในบทสนทนาชีวิตประจำวันยุคปัจจุบัน

    ความหมายต่างออกไป선생님, 점심 드셨소?
    선생님, 점심 드셨어요?

    -오/소 เป็นคำลงท้ายในอดีตค่ะ การนำมาใช้พูดกับคุณครูในยุคปัจจุบันจะฟังดูแปลกและเหมือนกำลังเล่นละครอยู่เลยล่ะค่ะ แนะนำให้ใช้คำลงท้ายที่สุภาพตามมาตรฐานอย่าง -아/어요 หรือแบบทางการอย่าง -ㅂ/습니다 แทนนะคะ

เชื่อมโยงกันอย่างไร

เรียนเรื่องนี้ก่อน

คำในรูปแบบนี้

-오-소