-자

ทันทีที่, กันเถอะ

ระดับ 3ออกเสียงคล้าย ja

-자 มี 2 ความหมายหลักค่ะ แบบแรกใช้เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน แปลว่า 'ทันทีที่' เหตุการณ์แรกเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่สองก็เกิดขึ้นตามมาติดๆ ส่วนแบบที่สองใช้เป็นคำลงท้ายประโยค แปลว่า 'กันเถอะ' ซึ่งมักจะใช้พูดแบบเป็นกันเองกับเพื่อนๆ ค่ะ

วิธีใช้

-자 เป็นคำลงท้ายที่ใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจใน 2 บริบทที่ต่างกันค่ะ ความหมายของคำนี้จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งในประโยค

1. ความหมายที่ 1: 'ทันทีที่' (คำเชื่อม)
เมื่อใช้เชื่อมสองประโยค -자 จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเวลาที่ใกล้ชิดกันมากๆ เหตุการณ์แรกจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่สองตามมาแทบจะในทันทีเลยค่ะ

  • โครงสร้าง: รากคำกริยา + -자 + ประโยคที่สอง
  • กาล (Tense): กาลของทั้งประโยคจะดูจากคำกริยาตัวสุดท้ายในประโยคที่สอง คำกริยาที่เติม -자 จะไม่มีการเติมตัวบอกอดีตอย่าง -았/었- ค่ะ
  • ตัวอย่าง: 집에 도착하자 비가 오기 시작했다. (ทันทีที่ฉันถึงบ้าน ฝนก็เริ่มตก)
  • ข้อสังเกต: รูปแบบนี้มักพบในงานวรรณกรรม บทความข่าว หรือประกาศที่เป็นทางการ ในบทสนทนาทั่วไป การใช้ -자마자 จะพบบ่อยกว่าเพื่อสื่อความหมายเดียวกัน แต่จะเน้นย้ำถึงความรวดเร็วทันใจมากกว่านิดหน่อยค่ะ

2. ความหมายที่ 2: 'กันเถอะ' (คำลงท้ายประโยค)
เมื่อใช้ที่ท้ายประโยค -자 จะเป็นรูปประโยคชักชวนค่ะ

  • โครงสร้าง: รากคำกริยา + -자.
  • ระดับความสุภาพ: นี่เป็นรูปแบบที่เป็นกันเองและไม่เป็นทางการ (반말) ควรใช้กับเพื่อนสนิท คนวัยเดียวกัน หรือคนที่อายุน้อยกว่าเท่านั้น การนำไปใช้กับผู้ใหญ่หรือหัวหน้าจะถือว่าไม่สุภาพค่ะ
  • การเปรียบเทียบ: คำนี้เป็นรูปเป็นกันเองที่เทียบเท่ากับคำทางการอย่าง -ㅂ시다 (กันเถอะ) ค่ะ
  • ตัวอย่าง: 우리 영화 보러 가자. (เราไปดูหนังกันเถอะ)

ตัวอย่าง (4)

  1. 수업이 끝나자 학생들이 교실 밖으로 나갔다.

    ทันทีที่เลิกเรียน นักเรียนก็พากันเดินออกจากห้องเรียน

    แปลทีละคำ: คาบเรียน จบ ทันทีที่ นักเรียน ห้องเรียน ข้างนอก ออกไป

    ประโยคนี้แสดงให้เห็นถึงความหมาย 'ทันทีที่' ค่ะ การกระทำ 'จบลง' ถูกตามด้วยการกระทำ 'ออกไป' ในทันที ประโยคนี้ใช้คำลงท้ายแบบธรรมดาคือ -다 ซึ่งพบบ่อยในภาษาเขียนหรือการเล่าเรื่องที่มักจะมีการใช้ -자 ร่วมด้วยค่ะ

  2. 범인은 경찰을 보자 도망쳤다.

    ทันทีที่คนร้ายเห็นตำรวจ เขาก็วิ่งหนีไป

    แปลทีละคำ: คนร้าย ตำรวจ เห็น ทันทีที่ วิ่งหนีไป

    อีกหนึ่งตัวอย่างของความหมาย 'ทันทีที่' ค่ะ ซึ่งการเห็นตำรวจทำให้เกิดการวิ่งหนีตามมาในทันที

  3. 오늘 저녁에 피자 먹자!

    คืนนี้กินพิซซ่ากันเถอะ!

    แปลทีละคำ: วันนี้ ตอนเย็น พิซซ่า กินกันเถอะ!

    นี่คือความหมายเชิงชักชวนว่า 'กันเถอะ' ค่ะ เป็นการชวนเพื่อนแบบสบายๆ เป็นกันเอง

  4. 피곤한데 우리 좀 쉬자.

    ฉันเหนื่อยแล้ว เราพักกันสักหน่อยเถอะ

    แปลทีละคำ: เหนื่อย แต่ เรา นิดหน่อย พักกันเถอะ

    ในประโยคนี้ -자 ถูกใช้เพื่อชักชวนในสถานการณ์ที่เป็นกันเองค่ะ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • การใช้รูปประโยคชักชวน (-자) กับผู้ใหญ่หรือในสถานการณ์ที่เป็นทางการ

    ความหมายต่างออกไป사장님, 회의 시작하자.
    사장님, 회의 시작하시죠. / 회의 시작합시다.

    -자 เป็นคำลงท้ายแบบเป็นกันเองค่ะ หากพูดกับผู้ใหญ่หรือหัวหน้า (사장님) คุณต้องใช้รูปสุภาพหรือรูปยกย่องอย่าง -시죠 หรือรูปชักชวนแบบทางการอย่าง -ㅂ시다 แทนนะคะ

  • การเติมตัวบอกอดีตกาลที่คำกริยาก่อนหน้า -자 อย่างไม่ถูกต้อง

    집에 도착했자 비가 왔어요.
    집에 도착하자 비가 왔어요.

    เมื่อใช้ในความหมายว่า 'ทันทีที่' ประโยคที่มี -자 จะไม่มีการเติมตัวบอกกาลเวลาค่ะ กาลเวลาของทั้งประโยคจะถูกแสดงไว้ที่คำกริยาตัวสุดท้าย (왔어요) แทนค่ะ

เชื่อมโยงกันอย่างไร

เรียนเรื่องนี้ก่อน

เรียนต่อ

รูปแบบที่ต่อยอดจากรูปแบบนี้

คำในรูปแบบนี้

-자-자