วิธีเรียนภาษาอังกฤษแบบง่ายที่สุดในปี 2026

คำตอบสั้น ๆ

วิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ง่ายที่สุดคืออ่านและฟังภาษาอังกฤษสั้น ๆ ง่าย ๆ ในเรื่องที่คุณชอบอยู่แล้ว โดยเปิดเสียงไปพร้อมกับอ่าน ดูคำแปลภาษาไทยเมื่ออ่านต่อไม่ได้ และเก็บตารางไวยากรณ์กับรายการคำศัพท์ยาว ๆ ไว้ทีหลัง

วิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ง่ายที่สุดคืออ่านและฟังภาษาอังกฤษสั้น ๆ ง่าย ๆ ในเรื่องที่คุณชอบอยู่แล้ว โดยเปิดเสียงไว้ และดูคำแปลเมื่อต้องการ เก็บตารางไวยากรณ์และรายการคำศัพท์ยาว ๆ ไว้ทีหลัง เพราะภาษาอังกฤษง่าย ๆ จะพาคุณไปเจอคำและรูปประโยคที่ใช้บ่อยที่สุดซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้านล่างนี้คือขั้นแรก ๆ เรียงตามลำดับ และภาษาอังกฤษง่าย ๆ สำหรับเริ่มต้น

ภาษาอังกฤษเรียนง่ายไหม

ภาษาอังกฤษเริ่มต้นได้ง่าย ส่วนการใช้ได้ดีต้องใช้เวลานาน Cambridge English บอกว่าคนที่เริ่มจากศูนย์ต้องเรียนกับครูรวมราว 180–200 ชั่วโมง จึงจะถึงระดับ A2 ซึ่งเป็นระดับพื้นฐาน และบอกว่าภาษาที่คุณเคยเรียนมาก่อนก็ทำให้เวลาที่ใช้ต่างกันไป ส่วนสถาบันการต่างประเทศของสหรัฐฯ (FSI) วัดว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษใช้เวลาเรียนภาษาอื่นนานแค่ไหน จึงไม่มีตัวเลขสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ บทความวิธีเรียนให้เร็วที่สุดบอกไว้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะถึงแต่ละระดับ

มีสามอย่างที่ทำให้การเริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด

  • ลำดับคำคล้ายภาษาไทยประโยคพื้นฐานในภาษาอังกฤษเรียงประธาน กริยา และกรรม แบบเดียวกับภาษาไทย เช่น “I like music” กับ “ฉันชอบดนตรี”
  • ไม่มีวรรณยุกต์ภาษาอังกฤษไม่มีวรรณยุกต์ คุณจึงไม่ต้องจำเสียงสูงต่ำของแต่ละคำ แบบที่ “หมา” กับ “ม้า” ในภาษาไทยเป็นคนละคำกัน
  • คำที่คุณรู้อยู่แล้วภาษาไทยยืมคำภาษาอังกฤษมาใช้หลายคำ เช่น “คอมพิวเตอร์” (computer) “อินเทอร์เน็ต” (internet) และ “โอเค” (okay)

เริ่มเรียนภาษาอังกฤษแบบไหนง่ายที่สุด

วิธีเริ่มที่ง่ายที่สุดคือใช้เวลากับภาษาอังกฤษสั้น ๆ ที่คุณชอบ เปิดเสียงไว้ และเรียนทีละก้าวเล็ก ๆ

  • เลือกภาษาอังกฤษแบบเดียวเลือกภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน แบบบริติช หรือแบบออสเตรเลีย เสียงและการสะกดในบทเรียนของคุณจะได้เป็นแบบเดียวกันทุกบท
  • อ่านเรื่องที่คุณชอบอ่านบทสนทนาสั้น ๆ เรื่องอาหาร เพลง หรือเรื่องอื่นที่คุณชอบอยู่แล้ว
  • ฟังไปพร้อมกับอ่านเปิดเสียงไปด้วยขณะอ่าน เพราะตัวสะกดภาษาอังกฤษไม่ได้บอกเสียงของคำเสมอไป
  • ซ่อนคำแปลซ่อนคำแปลภาษาไทยไว้ แล้วเปิดดูเฉพาะตอนที่ประโยคไหนทำให้อ่านต่อไม่ได้
  • บันทึกคำไว้ไม่กี่คำบันทึกเฉพาะคำไม่กี่คำที่อยากจำจากแต่ละบทเรียน
  • พูดออกเสียงสักประโยคอ่านออกเสียงสักประโยคเมื่อรู้สึกสนุก เช่น คำทักทายที่อยากลองใช้

Bubblegum เป็นแอปเรียนภาษาที่ใช้เป็นภาษาไทยได้ สำหรับอ่านและฟังภาษาอังกฤษตามระดับของคุณ โดยมี Poppy ติวเตอร์ AI ของ Bubblegum เขียนบทเรียนในเรื่องที่คุณชอบ เป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน แบบบริติช หรือแบบออสเตรเลีย คำที่คุณบันทึกไว้จะกลับมาในบทเรียนใหม่ผ่าน Regenerative Review™ การทบทวนคำจึงเท่ากับได้อ่านภาษาอังกฤษเพิ่มไปด้วย

อะไรทำให้ภาษาอังกฤษดูยาก และทำให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร

มีสี่เรื่องที่รู้สึกยากในช่วงแรก และแต่ละเรื่องจะง่ายขึ้นเมื่อคุณเจอมันซ้ำ ๆ ในภาษาอังกฤษง่าย ๆ

สิ่งที่รู้สึกยากวิธีทำให้ง่ายขึ้น
ตัวสะกดไม่ตรงกับเสียงคำอย่าง know และ island มีตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง อ่านโดยเปิดเสียงไปด้วย คุณจะได้จำเสียงและตัวสะกดของแต่ละคำไปพร้อมกัน
a, an และ theคำเหล่านี้ไม่มีในภาษาไทย และอยู่ในแทบทุกประโยคภาษาอังกฤษ การอ่านเรื่องง่าย ๆ จึงพาคุณไปเจอแต่ละคำหลายครั้ง เปิดโน้ตไวยากรณ์เฉพาะตอนที่คำไหนทำให้งง
กริยาที่เปลี่ยนรูปตามเวลาภาษาไทยบอกเวลาด้วยคำอย่าง “แล้ว” หรือ “เมื่อวาน” ส่วนภาษาอังกฤษเปลี่ยนรูปกริยา เช่น go เป็น went กริยาที่ใช้บ่อยอย่าง went, saw และ said อยู่ในแทบทุกเรื่อง คุณจึงเจอมันหลายครั้งก่อนจะต้องเปิดตารางกริยา
เสียงท้ายคำคำไทยลงท้ายด้วยเสียงได้ไม่กี่เสียง เสียงท้ายคำภาษาอังกฤษอย่างเสียง s ใน books หรือเสียง l ใน school จึงหายไปหรือเพี้ยนได้ง่าย ฟังเสียงไปพร้อมกับอ่าน แล้วพูดตามทีละประโยค เสียงเหล่านี้จะชัดขึ้นเมื่อคุณได้ยินคำเดิมหลายครั้ง

ควรเริ่มจากภาษาอังกฤษง่าย ๆ แบบไหน

ภาษาอังกฤษง่าย ๆ สำหรับเริ่มต้นคือเนื้อหาที่สั้น พูดช้า และเป็นเรื่องที่คุณชอบ

เนื้อหาทำไมถึงง่ายดูได้ที่ไหน
Cakeคลิปสั้นจากวล็อก ภาพยนตร์ และรายการทีวี ประโยคภาษาอังกฤษในบทเรียนมีคำแปลภาษาไทยกำกับ และเลือกเมนูภาษาไทยได้Google Play
Real Easy English ของ BBCผู้ดำเนินรายการคุยเรื่องในชีวิตประจำวัน และอธิบายคำศัพท์ไปด้วย เป็นภาษาอังกฤษล้วนbbc.co.uk/learningenglish
Easy Stories in Englishพอดแคสต์เล่าเรื่อง 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับสูง และทุกเรื่องมีสคริปต์ให้อ่านeasystoriesinenglish.com
News in Levelsข่าวโลกแต่ละเรื่องมี 3 ระดับ แต่ละระดับใช้คำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด 1,000 คำ 2,000 คำ หรือ 3,000 คำnewsinlevels.com

ถ้าคำใหม่โผล่มาแทบทุกบรรทัด ให้เปลี่ยนไปอ่านอย่างอื่นที่ง่ายกว่า

คำถามที่พบบ่อย

ฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษแบบไหนง่ายที่สุด

เรียนเสียงของแต่ละคำตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ด้วยการอ่านโดยเปิดเสียงไปด้วย Oxford Learner's Dictionaries เปิดเสียงแต่ละคำได้ทั้งสำเนียงบริติชและอเมริกัน และแอป Sounds Right ฟรีของ British Council ให้คุณแตะเสียงภาษาอังกฤษแต่ละเสียงเพื่อฟัง แล้วฟังคำตัวอย่างสามคำที่มีเสียงนั้น ทั้งสองอย่างใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าอยากได้คำติชมพร้อมเมนูภาษาไทย ลอง ELSA Speak ซึ่งฟังตอนคุณพูด แล้วบอกว่าเสียงไหนควรฝึกเพิ่ม

ดูหนังและซีรีส์อย่างเดียวช่วยให้เรียนภาษาอังกฤษได้ไหม

ช่วงแรกยังไม่ช่วยมาก เพราะตัวละครพูดเร็วเกินกว่าที่ผู้เริ่มต้นจะเรียนตามได้ หนังและซีรีส์จะช่วยได้มากขึ้นเมื่อคุณตามบทสนทนาง่าย ๆ ได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเปิดซับภาษาอังกฤษ คลิปสัมภาษณ์คนตามท้องถนนของ Easy English มีซับภาษาอังกฤษทุกตอน จึงเป็นก้าวที่ดีก่อนดูซีรีส์ที่พูดเร็วเต็มที่ เมื่อคนพูดเร็ว คำจะต่อกันจน going to มักฟังเป็น gonna ฟังเสียงช้า ๆ ที่ทำมาสำหรับผู้เรียนก่อน แล้วคำที่คุณรู้อยู่แล้วจะฟังออกง่ายขึ้นมากเมื่อเจอที่ความเร็วปกติ

ผู้เริ่มต้นควรใช้แอปเรียนภาษาอังกฤษแอปไหน

ถ้าคุณตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง เริ่มจาก Bubblegum ได้เลย Poppy จะเขียนบทเรียนให้ตรงกับระดับและเรื่องที่คุณสนใจ ถ้าอยากดูคอร์ส ครู และแอปฝึกพูด อ่านบทความเทียบแอปเรียนภาษาอังกฤษ

Bubblegum ใช้ฟรีไหม

ใช้ฟรีได้ คลังบทเรียนเปิดให้ทุกคนอ่านได้ฟรี เพราะเราเชื่อว่าทุกคนควรได้เรียนรู้ ในคลังมีบทเรียนที่ผู้เรียนคนอื่นขอให้ Poppy เขียน การเขียนบทเรียนเฉพาะคุณบทใหม่มีค่าใช้จ่ายจริง บทแรกจึงฟรี และถ้าเป็นสมาชิก Bubblegum Pro คุณจะขอบทเรียนเฉพาะคุณได้ไม่จำกัด

แหล่งที่มา
  1. Cambridge English, Guided learning hours (ชั่วโมงเรียนจนถึงแต่ละระดับ CEFR)
  2. U.S. Department of State, Foreign Language Training (กลุ่มภาษาของ FSI)
  3. News in Levels (แบ่งระดับตามจำนวนคำภาษาอังกฤษที่คุณรู้)

เผยแพร่เมื่อ 9 ตุลาคม 2026